บริการนักศึกษา
บริการอาจารย์
ติดต่อเรา
หน้าแรก
หลักสูตร
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ)
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (การดูแลผู้สูงอายุ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลผู้สูงอายุ
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
การจัดการความรู้
หลักสูตร
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (การดูแลผู้สูงอายุ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลผู้สูงอายุ
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
การจัดการความรู้
บริการนักศึกษา/อาจารย์
ติดต่อเรา
|
|
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)

หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง
สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
Program of Nursing Specialty in Nurse Practitioner (Primary Medical Care)

ชื่อหลักสูตร
          ภาษาไทย : หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
          ภาษาอังกฤษ : Program of Nursing Specialty in Nurse Practitioner (Primary Medical Care)

ชื่อประกาศนียบัตร
          ภาษาไทย : ประกาศนียบัตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
          ภาษาอังกฤษ : Certificate of Nursing Specialty in Nurse Practitioner (Primary Medical Care)
          ชื่อย่อ : ป.การพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
          ภาษาอังกฤษ : Cert. Of Nursing Specialty in NP

รูปแบบของหลักสูตร
        หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน ระยะเวลาการฝึกอบรม 20 สัปดาห์ ตามเกณฑ์การจัดทำหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางและการบริหารหลักสูตร พ.ศ. 2557 และหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางต้นแบบ พ.ศ. 2567 ที่สภาการพยาบาลให้การรับรอง
ประเภทของหลักสูตร: เป็นหลักสูตรฝึกอบรมทางวิชาชีพหลังปริญญาตรี   

ภาษาที่ใช้ : ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
การรับเข้าฝึกอบรม : ปีละ 1 รุ่น รุ่นละ 48 คน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 ถึง 2572 รับผู้เข้าอบรมที่สามารถสื่อสารภาษาไทย 
ความร่วมมือกับสถาบันอื่น : เป็นหลักสูตรความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และกองการพยาบาล โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
สถานที่เรียน : วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
การให้ประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม :
          1. ประกาศนียบัตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
          2. หน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่องทางการพยาบาล (CNEU) 50 หน่วยคะแนน           
          3. ประกาศนียบัตรการช่วยชีวิตขั้นสูง (AHA ACLS)

          4. ประกาศนียบัตรการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศพื้นฐาน (Basic Aeromedical Evacuation)
          5. ประกาศนียบัตรการสอนภาคปฏิบัติการพยาบาลเฉพาะทาง
สถานภาพของหลักสูตรและการพิจารณาอนุมัติเห็นชอบหลักสูตร
        สภาการพยาบาลให้การรับรองหลักสูตรในการประชุมครั้งที่ 7/2567 วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ระยะเวลารับรอง 5 ปี มีผลจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2572
อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการฝึกอบรม
       เป็นพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการพยาบาลในหอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน ในสถานพยาบาลทุกระดับ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ) ทั้งภาครัฐและเอกชน หรือสถานประกอบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน นักวิจัย หรือประกอบอาชีพอิสระอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          นโยบายและยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขที่มุ่งเน้นการบริการสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพ บุคลากร ผู้ให้บริการต้องมีความรู้ สมรรถนะ และความสามารถในการให้บริการกับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง ประเทศไทยได้ใช้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต คนไทยทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลจากรัฐบาล โดยสิทธิการรักษาพยาบาลที่มี 3 ระบบใหญ่                     คือ 1) สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ 2) สิทธิประกันสังคม และ 3) สิทธิหลักประกันสุขภาพ  แต่ก็ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย และทิศทางแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  (Non Communicable disease: NCDs) เพิ่มขึ้น เมื่อประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย เกิดการเจ็บป่วย มีความต้องการได้รับการบรรเทาอาการการดูแลและการรักษาพยาบาล รวมทั้งการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีการบริการ  ที่หลากหลายรูปแบบที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงบริการได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา สอดคล้องกับวิถีชีวิต บริบท  ทางสังคม วัฒนธรรม ทั้งรูปแบบการบริการ โดยภาครัฐและภาคเอกชนโดยเฉพาะคลินิกการพยาบาลชุมชนอบอุ่น รวมทั้งมีการใช้ระบบการพยาบาลทางไกล (Telenursing) และระบบการปรึกษาการรักษาพยาบาล telehealth สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงปกติวิถีใหม่ในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการและข้อจำกัด  ของประชาชนในชุมชน  

          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พยายามผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ  อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพ และสะดวก ได้พยายามจัดหาวิธีจัดบริการรูปแบบใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถ  รับบริการได้ในชุมชนโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ประชาชนสะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  และลดความแออัดในโรงพยาบาล  รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ในฐานะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้พิจารณาเห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลเป็นบุคลากรกลุ่มใหญ่  ในระบบสาธารณสุข และกระจายอยู่ในชุมชนทุกระดับของประเทศ น่าจะได้มีส่วนในการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลได้มากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการให้บริการต่าง ๆ ตามขอบเขตของวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล จึงเสนอให้คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” ตามข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยในปีงบประมาณ 2563 ให้ดำเนินการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และขยายผลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศสอดรับกับนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันมีคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นกว่า 6,000 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ จากการ จัดปฐมนิเทศ และการติดตามการให้บริการของคลินิก โดยคณะกรรมการพัฒนาคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ได้รับข้อเสนอแนะจากพยาบาลผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีความต้องการให้มีการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มเติมทักษะ (Upskills) ความรู้ ทบทวนความรู้ที่มีการปรับเปลี่ยน ให้เป็นปัจจุบัน (Reskills) โดยเฉพาะการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) เพื่อให้การบริการของพยาบาลในคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์มีมาตรฐาน มีคุณภาพโดยการฝึกอบรม ที่มีรูปแบบหลากหลาย เอื้ออำนวยต่อพยาบาลผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดด้านต่าง ๆ ในการเข้าถึงการศึกษาอบรมเพิ่มเติม

          คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนา ระบบสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Health Care) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ท่ามกลางความท้าทายของอุบัติการณ์โรคที่ซับซ้อนและการเข้าสู่สังคมสูงวัย ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพในระดับชุมชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบทบาทของ “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งสภาการพยาบาลได้ผลักดันให้เป็นกลไกหลักในการกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและลดความแออัดในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวและปณิธานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้เพื่อบริการสังคม  คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี จึงได้จัดทำ หลักสูตรการฝึกอบรมพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญ  และสมรรถนะขั้นสูงให้กับพยาบาลวิชาชีพ ให้มีศักยภาพในการประเมินภาวะสุขภาพ การวินิจฉัย และการรักษาโรคเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย การพัฒนาหลักสูตรในครั้งนี้  ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ความต้องการของสังคมและประเทศชาติ แต่ยังเป็นการยกระดับวิชาชีพการพยาบาลให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เข้มแข็ง อันจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุม และต่อเนื่อง นำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ทั่วไป
          เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ระบบสุขภาพ มาตรฐานและคุณภาพการบริการสุขภาพปฐมภูมิ การประเมิน วินิจฉัยแยกโรค และอาการ การรักษาพยาบาลขั้นต้นในปัญหาสุขภาพระบบที่พบบ่อยในทุกกลุ่มวัยและผู้สูงอายุ  การจัดการอาการและการดูแลต่อเนื่อง การจัดการภาวะเร่งด่วนฉุกเฉินในปฐมภูมิ หลักการการจัดการโรคเรื้อรัง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อมูลการดูแลผู้รับบริการในปฐมภูมิ นวัตกรรมการจัดการบริการปฐมภูมิเพื่อการพยาบาลผู้รับบริการทุกกลุ่มวัยและผู้สูงอายุ เฉพาะกลุ่ม เฉพาะโรค

วัตถุประสงค์เฉพาะ  
          ภายหลังการฝึกอบรม ผู้รับการฝึกอบรมมีขีดความสามารถหรือสมรรถนะ และทักษะเฉพาะของผู้ผ่านการอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) ดังต่อไปนี้

ภายหลังการฝึกอบรม ผู้รับการฝึกอบรมมีขีดความสามารถหรือสมรรถนะ และทักษะเฉพาะของผู้ผ่านการอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) ดังต่อไปนี้

สมรรถนะที่ 1 ด้านจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมาย

          1. ดำรงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
          2. ประเมินความต้องการ จัดการให้ได้เข้าถึงทรัพยากรที่เหมาะสม เป็นธรรม
          3. จัดการปัญหาจริยธรรมที่ซับซ้อน มีความแตกต่างทางความเชื่อ วัฒนธรรม หรือจัดการกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมในการช่วยตัดสินใจ
          4. พิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัย การรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง ตามมาตรฐานการพยาบาล และปลอดภัย
          5. พิทักษ์สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ รักษาความลับของผู้ป่วยและญาติ
          6. พิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วยที่แสดงเจตนาการตาย (Living will) ให้ได้รับการตอบสนองตามความต้องการและร่วมพิจารณากับครอบครัวในการยืดชีวิตและยุติการตาย
          7. ปกป้อง ดูแล ผู้รับบริการสุขภาพ จากการถูกทอดทิ้ง ละเลย กระทำความรุนแรง
          8. พิทักษ์สิทธิ์ให้ผู้รับบริการสุขภาพได้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง และเป็นธรรมตามสิทธิของคนไทย
          9. ปฏิบัติตามจรรยาบรรณและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการประกอบวิชาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ

สมรรถนะที่ 2 ด้านการปฏิบัติการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)

          1. มีความชำนาญในการประเมินปัญหาสุขภาพ วินิจฉัยแยกโรคหรือปัญหาสุขภาพและให้การรักษาโรคที่พบบ่อยตามขอบเขตวิชาชีพ
          2. มีความชำนาญในการเลือกใช้ยารักษาโรคเบื้องต้นได้อย่างสมเหตุผล ปลอดภัยในทุกกลุ่มทุกวัย
          3. มีความชำนาญในการประเมินและจัดการพัฒนาการ ปัญหาสุขภาพและความเสื่อมตามวัย
          4. จัดการดูแลต่อเนื่องและควบคุมการกำเริบของโรค และบริหารจัดการยาสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชนได้อย่างปลอดภัย
          5. จัดการการดูแลและประสานส่งต่อเพื่อให้เข้าถึงหน่วยบริการที่มีศักยภาพ เฉพาะเจาะจงกับโรค

สมรรถนะที่ 3 ด้านคุณลักษณะเชิงวิชาชีพ

          1. แสดงออกถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ น่าเชื่อถือ มีทักษะในการให้การพยาบาลเวชปฏิบัติในทุกกลุ่ม ทุกวัย
          2. สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ให้กับทีมสุขภาพ ผู้รับบริการทุกกลุ่ม ทุกวัย ครอบครัวและชุมชน
          3. พัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง ใฝ่เรียนรู้ ติดตามความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงด้านการพยาบาลเวชปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
          4. มีส่วนร่วม รับผิดชอบในการพัฒนาวิชาชีพและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ และทำหน้าที่ตามบทบาทของพยาบาลวิชาชีพได้เหมาะสม
          5. เคารพความคิดเห็น คุณค่าความแตกต่างของสมาชิกในทีม ผู้รับบริการในทุกกลุ่ม ทุกวัยและครอบครัว

สมรรถนะที่ 4 ด้านภาวะผู้นำ การจัดการและการพัฒนาคุณภาพ

          1. กำหนดทิศทาง สนับสนุนการทำงานเป็นทีมในการรักษาพยาบาลในทุกกลุ่ม ทุกวัยเป็นต้นแบบการดูแล สร้างแรงบันดาลใจในการปฏิบัติการพยาบาลเวชปฏิบัติกับพยาบาลและทีมสุขภาพ
          2. มีส่วนร่วม เป็นผู้นำในการวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลในทุกกลุ่ม ทุกวัย
          3. แสดงความเป็นผู้นำ กล้าตัดสินใจ รวมทั้งค้นหาโอกาสการเป็นผู้ประกอบการทางวิชาชีพ
          4. มีความสามารถในการจัดการความเสี่ยง บริหารต้นทุน และการลงทุน

สมรรถนะที่ 5  ด้านวิชาการและการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิกและการสร้างนวัตกรรม

          1. ประมวล และวิเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิก ตัวกำหนดทางสุขภาพ หรือตัวกำหนดทางสังคม
          2. ออกแบบหรือสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลลัพธ์การรักษาพยาบาลในทุกกลุ่ม ทุกวัย
          3. นำเสนอผลการวิเคราะห์ปัญหาและผลลัพธ์การรักษาพยาบาล

สมรรถนะที่ 6 ด้านการสื่อสารและสัมพันธภาพ

          1. ใช้การสื่อสารด้วยการพูด เขียน ที่ชัดเจนด้วยความสุขภาพ นุ่มนวล และเคารพในความคิดที่แตกต่าง
          2. ให้ข้อมูลที่ทันเหตุการณ์กับทีมสุขภาพ เครือข่าย หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการรักษาพยาบาลร่วมกัน
          3.
สื่อสารปัญหาสุขภาพในภาวะเร่งด่วนฉุกเฉินระหว่างผู้ป่วย ครอบครัวและหน่วยบริการเพื่อการช่วยเหลือได้ทันที
          4.
พัฒนาสื่อการเรียนรู้ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการในปฐมภูมิทั้งกลุ่มปกติกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มที่เจ็บป่วยได้
          5.
สร้างสัมพันธภาพกับผู้รับบริการ ทีมสหวิชาชีพและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อการจัดการและการดูแลสุขภาพทุกกลุ่ม ทุกวัยอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสม

สมรรถนะที่ 7 ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ  

          1. บันทึกข้อมูลที่มีความชัดเจนถูกต้อง ครอบคลุมทั้งประวัติผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ อาการและการเจ็บป่วย โรค การพยาบาล การให้การรักษา หรือการให้บริการ วัน เวลา ในการให้บริการ ชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ ผลลัพธ์การรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องตามความเป็นจริง         
          2.
ใช้ระบบการพยาบาลทางไกล (Telenursing) และระบบการปรึกษาการรักษาพยาบาล telehealth
          3.
ใช้สารสนเทศเพื่อการบันทึก จัดเก็บ ตรวจสอบ และจัดการข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน
          4.
ใช้สารสนเทศจากเครือข่ายบริการ ประสานข้อมูลสารสนเทศจากเครือข่ายบริการเพื่อการดูแลในทุกกลุ่ม ทุกวัยอย่างต่อเนื่อง

สมรรถนะที่ 8 ด้านสังคม

          1. มีความเป็นมิตร ความน่าไว้วางใจ มีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างเหมาะสม และมีความน่าเชื่อถือ ท่าทีอบอุ่น มีความเห็นอกเห็นใจ เป็นที่พึ่งกับบุคคล กลุ่มบุคคล และสังคมที่เกี่ยวข้อง
          2. มีความไวเชิงวัฒนธรรมในการรับรู้ถึงความเชื่อด้านสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงและการธำรงรักษาคงไว้ในความเชื่อของแต่ละบุคคล โดยไม่มีผลกระทบเสียหายต่อภาวะสุขภาพ

คุณสมบัติทั่วไป
           1. สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตหรือเทียบเท่า
           2. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลหรือใบอนญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้น 1 ที่ยังไม่หมดอายุ
           3. มีประสบการณ์ในการปฏิบัติการพยาบาลอย่างน้อย 2 ปี
           4. มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรค์ต่อการศึกษาอบรม
           5. ผ่านการคัดเลือก โดยคณะกรรมการสอบคัดเลือก
           6. ในกรณีที่กำลังรับราชการจะต้องมีใบรับรองจากผู้บังคับบัญชาขั้นต้น (หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล)และ ได้รับการอนุมัติให้ลาอบรมได้ตลอดหลักสูตรจากผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน นั้น ๆ(ผู้อำนวยการหรือเทียบเท่า)
คุณสมบัติเฉพาะ
           เป็นผู้ที่กำลังปฏิบัติงานในแผนกอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน

สถานที่เรียน คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
แห่งฝึกปฏิบัติ จำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย

2.1.1 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

  1.           โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น
  2. โรงพยาบาลบางเลน

     2.2.2 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) อยู่ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา

  1. โรงพยาบาลลาดบัวหลวง
  2. โรงพยาบาลอุทัย
  3. โรงพยาบาลบางไทร
  4. โรงพยาบาลมหาราช
  5. โรงพยาบาลบางปะหัน

     2.3.3 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) อยู่ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

  1. โรงพยาบาลท่าช้าง
  2. โรงพยาบาลค่ายบางระจัน

     2.3.4 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) อยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

  1. โรงพยาบาลพิมลราช

2.2 ผู้เข้าอบรมสามารถหาแหล่งฝึกปฏิบัติด้วยตนเองโดยเป็นไปตามมาตรฐานของสภาการพยาบาล                ที่กำหนดไว้

ค่าลงทะเบียนเข้ารับการอบรมตลอดหลักสูตรแบบเหมาจ่าย คนละ 60,000 บาท (เจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร 20 หน่วยกิต

โครงสร้างหลักสูตร
ประกอบด้วย 3 หมวดวิชา 7 รายวิชา ดังนี้

หมวดวิชา

หน่วยกิต

1. วิชาแกน                                  

2

พยฉป 101 วิชานโยบายและระบบสุขภาพปฐมภูมิ

2 (2-0-4)

2. วิชาบังคับของสาขาทางคลินิก

4

พยฉป 201 วิชาการประเมินภาวะสุขภาพขั้นสูงและการตัดสินทางคลินิก                          

 4 (2-4-6)

3.วิชาความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขา

14

พยฉป 301 วิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติรักษาโรคเบื้องต้น             

3 (3-0-6)

พยฉป 302 วิชาการจัดการโรคเรื้อรังและการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน       

2 (2-0-4)

 พยฉป 303 วิชาเภสัชวิทยาและการใช้ยาในการรักษาโรคเบื้องต้น           3 (3-0-6)

พยฉป 801 วิชาปฏิบัติการพยาบาลเวชปฏิบัติรักษาโรคเบื้องต้น             

4 (0-16-4)

พยฉป 802 วิชาปฏิบัติการจัดการโรคเรื้อรังและการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน       

 

2 (0-8-2

รวม

20

Skip to content