บริการนักศึกษา
บริการอาจารย์
ติดต่อเรา
หน้าแรก
หลักสูตร
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ)
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (การดูแลผู้สูงอายุ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลผู้สูงอายุ
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
การจัดการความรู้
หลักสูตร
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (การดูแลผู้สูงอายุ)
หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลผู้สูงอายุ
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น)
การจัดการความรู้
บริการนักศึกษา/อาจารย์
ติดต่อเรา
|
|
|
‘เทคนิค 3 P’สร้างสมดุลให้ชีวิต
บทความทางสุขภาพจิต

‘เทคนิค 3 P’สร้างสมดุลให้ชีวิต

เทคนิค 3P สร้างสมดุลให้ชีวิต

เทคนิค 3P โดยศาสตราจารย์ Martin Seligman ผู้เป็นนักจิตวิทยาเชิงบวก

P1 – Permanence (ถาวร) เป็นการประเมินว่าสถานการณ์นี้จะอยู่กับเรานานแค่ไหน ถ้าคนมองโลกในแง่ร้าย เมื่อเจอเรื่องร้ายๆ มักมีแนวโน้มมองว่าสถานการณ์นี้จะอยู่กับเรานานหรืออยู่ตลอดไป ส่วนคนมองโลกในแง่ดี เมื่อเจอเรื่องดีๆ จะเพลิดเพลินไปกับสถานการณ์นั้นจนลืมไปว่ามันอาจไม่อยู่อย่างคงทนถาวร

P2 – Personalization (ย้อนมองตัว) การโทษตัวเอง หรือการมองหาว่าใครเป็นคนผิดเรื่องนี้ สำหรับคนมองโลกในแง่ร้ายมักจะมองว่าตัวเองเป็นคนผิดและจมปลักอยู่กับการโทษตัวเอง ส่วนคนที่มองโลกในแง่ดีอาจมองว่าตนไม่ได้ผิด จนบางครั้งอาจเป็นการละเลยหรือไม่ได้รับผิดชอบในส่วนความผิดของตัวเอง

P3 – Pervasiveness (การมีอยู่ทั่วไป) คนมองโลกในแง่ดี เมื่อเผชิญหน้ากับความล้มเหลว จะไม่ได้เอาเหตุการณ์นั้นมาเป็นตัวตัดสินว่าตนล้มเหลวไปเสียทุกเรื่อง ความผิดพลาดจะเป็นเพียงเรื่องเดียวไม่ได้กระทบส่วนเรื่องอื่นๆ ในชีวิต ทว่าคนมองโลกในแง่ร้ายอาจมีความคิดผูกความล้มเหลวนี้ให้ยึดโยงกับเรื่องราวอื่นๆ ในชีวิตไปด้วย

ดังนั้นจึงมีประโยคที่จะช่วยให้เราสร้างสมดุลทางความคิดกับเรื่องต่างๆ ว่า “Hope for the best, prepare for the worst” เพราะหากเรามีความหวังต่อเรื่องนั้นเสมอ ในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่แย่ที่สุดที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ เราก็จะมีกำลังใจและแผนรับมือเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะฉะนั้น อย่าลืมที่จะกลับไปสำรวจตัวเองให้เจอเพื่อที่จะได้สร้างสมดุลทางความคิด รวมถึงเสริมชีวิตด้วยกำลังใจกันต่อไป

โดย อาจารย์ ดร.ขวัญธิดา พิมพการ
ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช

Share With :

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่
Skip to content