วันที่ 10 สิงหาคม 2569 คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับตำรวจทางหลวง และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร” ณ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม โดยมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
รองศาสตราจารย์ ดร.อรพรรณ โตสิงห์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยนวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์ พร้อมทีมนักวิจัย ได้แก่ อาจารย์ขวัญฤทัย เสมพูน หัวหน้าโครงการวิจัย อาจารย์สุทธดา ตั้งอยู่ดี อาจารย์ นุชนาถ ลีลาวาปะ และนางสาวพลอยศจี ฤทธิศิลป์ ผู้ร่วมวิจัย เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยกล่าวว่าเป็นการนำ นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะสมองด้านการคิดเชิงบริหาร (Executive Functions: EF) และวินัยจราจร ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมทักษะ EF และวินัยจราจร และดำเนินงานร่วมกับตำรวจทางหลวง มาทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายจริงในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและเหมาะสมกับวัย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียนเป็นอย่างมาก
โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านฐาน ได้แก่ “เมืองจราจรจำลอง” และ “เกม EF ดี ขับขี่ปลอดภัย” โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติผ่านสถานการณ์จำลอง ส่งเสริมทักษะการคิด การตัดสินใจ การควบคุมตนเอง การปฏิบัติตามกฎ และการมีวินัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
พิธีเปิดได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ .พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตํารวจทางหลวง, ดร.รัตนาพร เลารุจิราลัย ภริยาผู้บังคับการตำรวจทางหลวงทางหลวงและประธานคณะกรรมการมูลนิธิ สโมสรโรตารีจ.นครปฐม, พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รองผู้บังคับการตํารวจทางหลวง, นายศุภกิจ เจียมสกุล รองผู้อํานวยการแขวงทางหลวงนครปฐม, นายรัชพล ไหลธนานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชน และนางเหมือนฝัน นันทิยกุล ผู้อํานวยการโรงเรียนอนุบาลสุธีธร และอาจารย์ทุกท่าน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
การดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง (Research Utilization) โดยมุ่งหวังให้นวัตกรรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมทักษะ EF ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและวินัยจราจรให้แก่เด็กและเยาวชน ทั้งนี้ตั้งเป้าจัดกิจกรรม มุ่งเน้นไปยังสถานศึกษา 43 แห่งทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนต่อไป




